นายนิวัฒน์ เนตรทองคำ เริ่มทำการเกษตรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 โดยเริ่มทำการเกษตรควบคู่กับงานรับเหมาก่อสร้างทั่วไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 จึงได้ยึดอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลักเพียงอย่างเดียว โดยเปลี่ยนพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมดเป็นพื้นที่ปลูกยางพาราเนื่องจากเห็นว่า ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้
ในขณะที่เริ่มปลูกยางพาราก็ได้มีการปลูกพืชผักสวนครัวแซมระหว่างร่องยาง เพื่อเป็นรายได้ในระหว่างที่ยางพารายังไม่สามารถเปิดกรีดได้ เมื่อยางพารามีอายุประมาณ 4 ปี และเกิดร่มเงาขึ้นระหว่างแถวยางพาราจึงเกิดปัญหาในการปลูกพืชผักสวนครัวเนื่องจากแสงแดดส่องไม่เพียงพอจึงตัดสินใจโค่นล้มต้นยางบางส่วนออก เพื่อให้มีพื้นที่ในการปลูกผักซึ่งเป็นรายได้หลักในขณะนั้นประกอบกับมีความสนใจในการทำการเกษตรตามแนวทางทฤษฎีใหม่ซึ่งเป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในเรื่องการจัดพื้นที่ทำการเกษตร
ต่อมาจึงเริ่มปรับเปลี่ยนพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อปลูกพืชอื่นร่วมในสวนยางพารา โดยศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองถึงศักยภาพของพืชที่สามารถปลูกร่วมในสวนยางพาราได้ ทั้งพืชที่ต้องการแสงแดดพืชที่สามารถปลูกได้ในสภาพร่มเงา ตลอดจนไม้ผลที่มีศักยภาพในการปลูกร่วมในสวนยางพารา จนปัจจุบันมีพืชหลายชนิดเต็มพื้นที่ 13 ไร่ ได้แก่ ลองกอง กล้วย พริก มะละกอ ผักเหรียง ผักกูด ผักหวาน ทุเรียน ฯลฯ
พื้นที่ส่วนยาง 13 ไร่ ปลูกผสมผสาน (Random mixture) มีผักชะอม 10 ไร่ และปลูกผสมผสาน 7 ไร่ ตามธรรมชาติจะทำให้มีผักกุด ผักหวาน ต้มเป ผักขด ดาบเบา ละมุด ปลาดุก ปลูกหม่อน ชาลี มะม่วง มะพร้าว ฯลฯ และอื่นๆ
หลักสูตรแผนเป็นแหล่งเรียนรู้ การปลูกพืชแบบผสมผสาน การเลี้ยงปลาในสวนยาง การเลี้ยงแพะในสวนยาง การเลี้ยงแพะในสวนยาง การทำปุ๋ยหมัก การทำน้ำหมักชีวภาพ การเลี้ยง
การทำฟาร์มร่วมยาง ทำให้ได้ผลผลิตอาหารใช้ในครัวเรือนและขายส่วนที่เหลือ สุขภาวะในครอบครัวดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น พออยู่พอกิน ไม่มีหนี้สิน ใช้สิ่งแวดล้อมเป็นหลักเพราะคิดว่าปลอดภัย มีภูมิคุ้มกันเรื่องสุขภาพยั่งยืน
แปลงนายนิวัฒน์ เนตรทองคำ
แหล่งเรียนรู้
แหล่งเรียนรู้
แหล่งเรียนรู้
